มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ

เปิดประตูสู่โลกของนักชิม พบกับร้านอาหาร และที่พักระดับโลก
www.facebook.com/MichelinGuideThailand
#MichelinGuideBangkok

มิชลิน จับมือ ททท. ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการในการจัดทำคู่มือ MICHELIN GUIDE BANGKOK ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวปลายปีนี้

 

ล่าสุด มิชลิน และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการในการจัดทำคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พักระดับโลก ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับกรุงเทพฯ หรือ MICHELIN Guide Bangkok โดยคาดว่าจะช่วยผลักดันอาหารไทยสู่มาตรฐานโลกและส่งเสริมเศรษฐกิจไทยในระยะยาว คู่มือฉบับดังกล่าวมีกำหนดเผยโฉมปลายปี 2560 นี้

ลิโอเนล ดันเตียก กรรมการผู้จัดการกลุ่มมิชลินประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกและออสเตรเลีย เปิดเผยว่า “กรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในเมืองหลวงที่มีความโดดเด่นด้านวัฒนธรรมอาหารแห่งหนึ่งของโลก โดยมีอาหารที่น่า

ตื่นตาตื่นใจให้เลือกสรรจากร้านอาหารหลากรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภัตตาคารสุดหรู ร้านอาหารในบรรยากาศทันสมัย และร้านอาหารริมทาง เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่จะได้สัมผัสและค้นพบวัฒนธรรมด้านอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในกรุงเทพฯ รวมทั้งมีความยินดีหากชื่อเสียงความน่าเชื่อถือของ ‘มิชลิน ไกด์’ ที่สั่งสมมายาวนานจะมีส่วนสนับสนุนแวดวงธุรกิจอาหารในกรุงเทพฯ ส่งเสริมมรดกภูมิปัญญาอาหารไทยให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายยิ่งขึ้น ตลอดจนเสริมสร้างประสบการณ์การเดินทางให้รื่นรมย์ยิ่งขึ้นสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติด้วยอาหารท้องถิ่นเลิศรส”

เมื่อคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พักในกรุงเทพฯ ตีพิมพ์แล้วเสร็จจะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ต่อจากสิงคโปร์) และประเทศที่ 6 ในเอเชีย (ต่อจากญี่ปุ่น จีน เกาหลี สิงคโปร์ และฮ่องกง) ที่มีคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ เป็นของตนเอง ความร่วมมือระหว่าง มิชลิน และ ททท. ในการจัดทำคู่มือฉบับนี้จะเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งในการสร้างชื่อเสียงให้กับกรุงเทพฯ บนเวทีโลกในฐานะจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ด้านอาหารของไทย

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “คู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ เปรียบเสมือนคัมภีร์ด้านอาหารที่ทรงอิทธิพลอย่างยิ่งต่อผู้คนทั่วโลก เรามั่นใจว่าความร่วมมือครั้งนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวของไทยในหลายระดับ ได้แก่ ช่วยดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวระดับบน กระตุ้นให้มีการใช้จ่ายด้านอาหารต่อหัวมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อธุรกิจร้านอาหารและช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยโดยรวม นอกจากนี้ ระบบการจัดอันดับที่น่าเชื่อถือของ ‘มิชลิน ไกด์’ ยังจะกลายมาเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่กระตุ้นให้ธุรกิจร้านอาหารในไทยต้องพัฒนาความเป็นเลิศทั้งด้านคุณภาพอาหารและบริการให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป”

คู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พักในกรุงเทพฯ ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวในช่วงปลายปี 2560 จะมีเนื้อหา 2 ภาษา (ไทยและอังกฤษ) โดยมีให้เลือกทั้งฉบับพิมพ์เป็นเล่มและในรูปแบบดิจิตอล คู่มือฉบับนี้คาดว่าจะสร้างกระแสความตื่นตัวให้นักชิมอาหารทั่วโลกอยากมาเยือนเมืองหลวงของไทยมากขึ้นและช่วยกระตุ้นให้ค่าใช้จ่ายด้านอาหารของนักท่องเที่ยวต่อหัวในไทยเพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 10 เกี่ยวกับคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พัก ‘มิชลิน ไกด์’ มิชลินเป็นผู้บุกเบิกพัฒนาการสัญจรด้วยนวัตกรรมและความเป็นเลิศด้านคุณภาพการผลิต บริษัทฯ ได้รับสิทธิบัตรยางชนิดเติมลม (Pneumatic Tire) ในช่วงปี 2348-2352 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาแห่งความสำเร็จด้านการสัญจร โดยช่วยให้การเดินทางแต่ละครั้งมีระยะทางไกลขึ้น และเพื่อให้นักเดินทางเพลิดเพลินกับการเดินทาง บริษัทฯ ได้จัดทำคู่มือและแผนที่อย่างละเอียดเพื่อช่วยให้การเดินทางเป็นไปได้อย่างสะดวกราบรื่น ซึ่งต่อมาสิ่งพิมพ์นี้ได้กลายมาเป็นแนะนำร้านอาหารและที่พักของมิชลิน หรือ ‘มิชลิน ไกด์’ (MICHELIN Guide) ซึ่งเป็นที่รู้จักดีทั่วโลก

การจัดทำคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ มีกระบวนการคัดสรรที่เข้มงวด ดำเนินการอย่างเป็นอิสระและได้มาตรฐานเดียวกันใน 28 ประเทศทั่วโลก ด้วยเหตุนี้ คู่มือดังกล่าวจึงกลายเป็นมาตรฐานร้านอาหารคุณภาพระดับโลก การคัดเลือกร้านอาหารเพื่อแนะนำในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ดำเนินการโดยผู้ตรวจสอบของมิชลินที่ไม่เปิดเผยตัวและได้รับการฝึกอบรมให้ดำเนินการตรวจสอบตามกรรมวิธีซึ่งใช้เป็นบรรทัดฐานเดียวกันทั่วโลกมานานหลายทศวรรษ ทำให้มั่นใจได้ถึงมาตรฐานความเป็นเลิศแบบเดียวกันทั่วโลก นอกจากนี้ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในความเป็นกลาง ผู้ตรวจสอบของมิชลินเป็นผู้ชำระค่าใช้จ่ายเต็มจำนวนเองทั้งหมดและจะทำการประเมินเฉพาะคุณภาพของอาหารเท่านั้น ทั้งนี้ ผู้ตรวจสอบของมิชลินจะประเมินคุณภาพของร้านอาหารโดยใช้หลักเกณฑ์ 5 ประการซึ่งมิชลินกำหนดขึ้นเอง ได้แก่ คุณภาพสินค้า, การจัดเตรียมและรสชาติ, ลักษณะเฉพาะตัวของเชฟที่สื่อผ่านอาหารที่ปรุงขึ้น, ความคุ้มค่าสมราคา ตลอดจนความเสมอต้นเสมอปลายของคุณภาพและรสชาติอาหาร หลักเกณฑ์เพื่อความเป็นกลางดังกล่าวเป็นที่ยึดถือปฏิบัติของผู้ตรวจสอบทุกราย ไม่ว่าจะอยู่ในญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา จีน หรือประเทศในยุโรป วิธีการคัดเลือกที่ได้มาตรฐานเช่นนี้ทำให้ร้านอาหารที่ได้ดาวมิชลิน 1 ดวงมีคุณค่าเท่าเทียมกันไม่ว่าจะตั้งอยู่ในปารีส นิวยอร์ก หรือโตเกียว

คู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ทำหน้าที่เป็นเสมือนเวทีนำเสนออาหารคุณภาพเยี่ยมจากทั่วโลก กระบวนการคัดสรรที่ได้มาตรฐานและโดดเด่นของ ‘มิชลิน ไกด์’ ช่วยเผยให้เห็นถึงสีสันความมีชีวิตชีวาของแวดวงอาหารในแต่ละประเทศ ทั้งยังช่วยให้ผู้อ่านได้ทราบถึงแนวโน้มเกี่ยวกับการทำอาหารและรู้จักเชฟหน้าใหม่ๆ การมอบรางวัลในแต่ละปีให้กับร้านอาหารถือเป็นการส่งเสริมศาสตร์และศิลป์แห่งการรังสรรค์อาหารทั่วโลก ทั้งยังเป็นการสร้างชื่อเสียงดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ไปเยือนเมืองและประเทศที่ร้านอาหารตั้งอยู่ กระบวนการคัดสรรที่เข้มงวดและความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับอุตสาหกรรมบริการทำให้ ‘มิชลิน ไกด์’ มีบทบาทสำคัญในการรังสรรค์ประสบการณ์พิเศษสุดให้กับลูกค้าด้วยบริการที่ได้คุณภาพ

เกี่ยวกับมิชลิน ไกด์

ด้วยความสนใจและยกย่องที่มีต่ออาหารพิเศษเฉพาะถิ่น วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค และรูปแบบเฉพาะตัวในการปรุงอาหารของแต่ละชาติ ทำให้คู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ เป็นเสมือนเวทีนำเสนออาหารคุณภาพเยี่ยมจากทั่วโลกกระบวนการคัดสรรที่ได้มาตรฐานและโดดเด่นของ ‘มิชลิน ไกด์’ ช่วยเผยให้เห็นถึงสีสันความมีชีวิตชีวาของแวดวงอาหารในแต่ละประเทศ ทั้งยังช่วยให้ได้ทราบถึงแนวโน้มเกี่ยวกับการทำอาหารและรู้จักเชฟหน้าใหม่ๆ  ถือเป็นการส่งเสริมศาสตร์และศิลป์แห่งการรังสรรค์อาหารทั่วโลก

ในปี 2447 เพียง 4 ปีหลังจากคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์ ฝรั่งเศส’ ฉบับแรกได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ การจัดทำคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ จึงเริ่มขยายออกไปยังต่างประเทศด้วยการเปิดตัว ‘มิชลิน ไกด์ เบลเยี่ยม’ ฉบับแรก  แม้ว่าแต่ละปีจะมีการจัดพิมพ์ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับประเทศใหม่ๆ เพิ่มขึ้น แต่คู่มือทุกเล่มล้วนมีเป้าหมายเดียวกันคือให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ขับขี่และจัดทำเนื้อหาที่ได้มาตรฐานสูงระดับเดียวกัน

แม้จะใช้เวลาไม่นานก่อนรุกเข้าสู่ยุโรป แต่ ‘มิชลิน ไกด์’ กลับเพิ่งขยายเข้าสู่สหรัฐอเมริกาในปี 2548 ด้วยการเปิดตัวคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์ นิวยอร์ก ซิตี้’ ตามมาด้วยการออกคู่มือฉบับซานฟรานซิสโกในปีต่อมา  ในช่วงปลายปี 2550 ‘มิชลิน ไกด์’ ได้ขยายเข้าสู่เอเชีย โดยเฉพาะญี่ปุ่น ด้วยการเผยโฉมคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์ โตเกียว’ ฉบับแรกในเดือนพฤศจิกายน และประสบความสำเร็จอย่างสูงแทบจะในทันทีด้วยยอดจำหน่ายสูงกว่า 120,000 เล่มภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมงหลังวางตลาด  ในปี 2551 คู่มือ‘มิชลิน ไกด์’ รุกเข้าสู่สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นประเทศที่ 23 ด้วยการเปิดตัว ‘มิชลิน ไกด์ ฮ่องกงและมาเก๊า’

การขยายตัวสู่ต่างประเทศของคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ สอดคล้องตามกลยุทธ์การพัฒนาอุตสาหกรรมของมิชลิน  ทั้งนี้ ในการเลือกเมืองหรือประเทศสำหรับจัดทำคู่มือ มิชลินจะพิจารณาถึงคุณภาพด้านวัฒนธรรมอาหารการกินของเมืองหรือประเทศนั้นๆ  ตลอดจนจำนวนร้านอาหาร (รวมถึงจำนวนร้านที่คาดว่าจะได้มาตรฐานสำหรับการได้รับรางวัลดาวมิชลิน) จำนวนที่พัก และจำนวนผู้อ่านที่มีแนวโน้มจะให้ความสนใจคู่มือที่จัดพิมพ์ขึ้นใหม่นี้